วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

รูปแบบความรู้

     
          
             กระบวนการจัดการความรู้ที่เลือกใช้







                          โมเดลที่ใช้ในการทำ Darmaset      
    
           การสร้างความรู้ Knowledge Construction               
           - เลือกแหล่งความรู้  คือไร่ยาสูบของ  นางสาวหนูกลาง อุยะพิตัง และชาวบ้าน บ้านพร้าวเหนือ ที่ให้ความรู้   บ้านเลขที่  89 หมู่ 3 บ้านพร้าวเหนือ ต.กวนวัน อ.เมือง จ.หนองคาย  เพื่อสร้างความรู้เรื่องการทำยาสูบส่งโรงงาน  โดยการเข้าไปสอบถาม และบันทึก เรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการจัดทำ  จากผู้รู้ที่มีประสบการณ์ในการทำอย่างจริงจัง
           การจัดเก็บความรู้ Knowledge Embodiment
          - เราได้ศึกษาความรู้เรื่องการทำใบยาสูบและได้ลงพื้นที่จริงเพื่อจัดเก็บความรู้  โดยศึกษาจากคนที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการทำทุกวิธีและขั้นตอน        

         - โดยเก็บเป็นทั้งไฟล์ภาพ  ถ่ายทำวีดิโอ และบันทึกในเอกสาร และพอเราได้ข้อมูลแล้วเราจึงทำการแยก  โดยแยกตามขั้นตอน  อุปกรณ์เก็บภาพอุปกรณ์  และเก็บภาพขั้นตอนวิธีการทำตั้งแต่ต้นจนจบวิธีการทำ  และจัดเก็บรวบรวมเอกสารให้เรียบร้อย  เพื่อนำมาเผยแพร่และให้ความรู้กับผู้ที่สนใจที่จะศึกษาหาข้อมูล       
           การกระจายความรู้ Knowledge Dissemination         
          -  หลังจากได้จัดเก็บความรู้และวิเคราะห์ขั้นตอนวิธีของการทำใบยาสูบเรียบร้อยแล้ว  ได้นำข้อมูลกระจายความรู้โดยจัดทำเป็น  web blog  ให้ผู้คนที่สนใจเข้ามาศึกษาได้อย่างกว้างขวางในการสืบค้นข้อมูล  สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเรียนรู้แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ในเรื่องการจัดการความรู้เรื่องใบยาสูบที่ เว็บไซต์ http://smoking2013.blogspot.com/
         การนำไปใช้ Use           

         -  สามารถนำความรู้เรื่องการจัดทำยาสูบมาพัฒนาและลงมือปฏิบัติการได้จริง  ตามที่ได้ศึกษาจากองค์ความรู้ของกรจัดทำใบยาสูบนี้  จนประสบความสำเร็จผลตามเป้าหมายได้วางเอาไว้ 




             

            รูปแบบความรู้ที่วิเคราะห์ ผังความรู้ ความเชื่อมโยงของความรู้






วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

แนะนำผู้จัดทำ

                                        

                      แนะนำสมาชิกกลุ่มที่ 3

1.นายอนนท์  ทองสงคราม        513230225-1        com
2.นายณัฐพล  พรมภักดี             513230600-1        com 
3.นางสาวอมรรัตน์  ทอนเสาร์   513230706-5         ICT
4.นางสาวพัชราภา  เทาดี         513231129-2         ICT
5.นางสาวอิศราวรรณ  ผุยชา    513231131-5          ICT
6.นายกฤษณพงศ์  มณีนารถ    523230114-1          com
7.นายธีรนาถ  เสิกภูเขียว         493230678-2          com

ประวัติ


                                           


                                ประวัติและแหล่งกำเนิดยาสูบ

           ยาสูบเป็นพืชเมืองของทวีปอเมริกาใต้ ตามปกติมีลำต้นตั้งแต่ 1.00-2.50 เมตร ใบรียาวประมาณ

90 เซนติเมตร กว้าง 90 เซนติเมตร  กว้าง 30 เซนติเมตร ดอกมีหลายสีตามแต่ละชนิด เช่นสีชมพู แดง

ขาว และเหลือง เป็นต้น ดอกยาสูบเป็นดอกสมบูรณ์เพศ จึงมีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน

ดังนั้น ทำให้ยาสูบแพร่พันธุ์ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยแมลง จึงทำให้ ยาสูบ สามารถ

เจริญเติบโตได้ในแทบทุกภูมิอากาศของโลก ซึ่งปัจจุบันประเทศที่ครองความเป็นผู้นำในการปลูกยาสูบ

ได้แก่  จีน  อเมริกา ตุรกี  บราซิล

การปลูก




                                    การปลูกในไร่


1.การเลือกดินที่จะทำการปลูก

            1.ควรเลือกดินร่วนปนทราย

            2.ระบายน้ำดี

            3.ไร่ปลูกอยู่ใกล้แหล่งน้ำ

2.การเลือกพันธุ์ยาสูบและช่วงเวลาปลูก ที่เหมาะกับประเทศไทย

            ควรเลือกพันธุ์ เวอร์จิเนีย เพราะจะต้านทานโรคได้ดีกว่าและได้ผลผลิตดี คุณภาพดี ดูแลรักษาง่าย ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การปลูกคือตั้งแต่ เดือนสิงหาคม ถึเดือนตุลาคม

3.การเตรียมดิน

            จะต้องไถด้วยกระทะไถหัวหมู เพื่อให้ลึก 25-30 ซม. ประมาณ 1-2 ครั้งตากแดดไว้ 10-15 วัน แล้วยกแปลงคู่ให้หลังแปลงกว้าง 1.8 ม. สูง 20-30 ซม. ปรับหน้าดินสม่ำเสมอกันให้ร่องน้ำกว้าง 0.5 ม.

4.การปลูก

            กำหนดให้ระยะห่างระหว่างแถว 120 ซม.ระยะห่างระหว่างต้น 60-70 ซม. ในพื้นที่ 1 ไร่ สมารถปลูกได้ 2,200 ต้น

5.การใช้ปุ๋ย

            ใช้ปุ๋ยสูตร 4 16 24 + 4 Mgo + 0.5 Borax

6.การพรวนดิน

            เพื่อกำจัดวัชพืชและทำให้ดินร่วนซุยโปร่งมีอากาศถ่ายเท อุ้มน้ำได้ดีกระทำได้ 3 4 ครั้ง พร้อมการใส่ปุ๋ย

7.การให้น้ำ

            หลังจากปลูกยาสูบ ระยะ 5-7 วัน ให้น้ำเล็กน้อย ให้ทดน้ำเข้าร่องครั้งแรกเมื่อ ต้นยาสูบได้ 30 วัน หรือหลังจากใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2

            ข้อควรปฏิบัติในการให้น้ำ

            1.อย่าให้น้ำท่วมแปลง

            2.ควรสูบน้ำเข้าทีละร่อง

            3.หลังการใส่ปุ๋ยไม่ควรให้น้ำ

            4.ถ้าฝนตกให้นำน้ำออกจากร่องโดยเร็ว

          





              ขั้นตอนการตอนยอดและหน่อยาสูบ

           
         การตอนยอดยาสูบเป็นการเพิ่มผลผลิตทั้งขนาดและคุณภาพใบยาสูบให้มากขึ้นเพราะการตอนยอดตอนหน่อเป็นการตัดธาตุอาหารต่างๆ ที่จะส่งไปเสริมสร้างส่วนต่างๆ ที่เป็นช่อดอกและเมล็ดให้กลับมาเสริมสร้างที่ใบยาสูบแทน

           
 -การตอนยอดคือ การตัดยอดยาสูบขณะที่กำลังจะออดดอกทิ้งไป เพื่อให้ได้ใบยาสูบที่มีขนาดใหญ่ และหนาขึ้น มีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น

          
  -การตอนหน่อ คือการทำลายหน่อโดยการปลิดทิ้ง หรือการใช้สารเคมีทำลายหน่อ และหยุดการเจริญเติบโตของหน่อยาสูบ

เด็ดยอดยาสูบออก
เด็ดยอดยาสูบออกให้เหลือแต่ใบล่าง

วิธีการหยอดยา




หลังจากหยอดยาเสร็จแล้ว






                                    การเก็บเกี่ยว


การเก็บเกี่ยวใบยาสด

            ใบยาสดบ่มได้ดีที่สุดคือ ใบยาสดที่ไม่อ่อนเกินไป ไม่แก่เกินไป หลังจากตอนยอดได้ 10-15 วัน ก็เก็บใบล่าง 2-3 ใบได้

-หลักการพิจารณาในการเก็บใบยา

            1.ใบยาเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง หรือเขียวอ่อน หรือสีดอกกระดังงา

            2.ก้านใบจะเปลี่ยนสีเป็นสีขาว

            3.เนื้อใบยามีลักษณะสาก

วิธีเก็บใบยา

            1.เก็บแต่ใบที่แก่

            2.เก็บครั้งละ 2 ใบ ต่อต้น เก็บ 5-6 วันครั้ง




            3.ไม่เก็บใบยาที่มีสีเขียวไปบ่ม


การเก็บใบยาสูบ




การขนใบยาสูบ






เตรียมพร้อมไปโรงบ่มยาสูบ

                               


                           วิธีการคัดเลือกใบยาสด

            



1.แยกสี เช่น สีเหลือง เหลืองอมเขียว สีกระดังงา

2.ขนาดของใบยา ความยาวความสั้น



                      การเตรียมใบยาก่อนเข้าเตาบ่ม มี 2 วิธี
      
 1.การเสียบใบยาสด
 2.การร้อยใบยาสด

ประเภทของยาสูบ แบ่งตามกรรมวิธีการบ่มใบยาได้ 3 ประเภท ดังนี้

 1. ใบยาบ่มไอร้อน (Flue-Cured) ได้แก่        - ใบยาเวอร์ยิเนีย (Virginia)   
 2. ใบยาบ่มอากาศ (Air-Cured) ได้แก่       - ใบยาเบอร์เลย์ (Burley)       - ใบยาแมรี่แลนด์ (Maryland)  
  3. ใบยาบ่มแดด (Sun-Cured) ได้แก่
       - ใบยาเตอร์กิช (Turkish or Oriental)





การเพาะต้นกล้ายาสูบ


                                                                
                                          การเพาะต้นกล้ายาสูบ
               
                 การเพาะต้นกล้ายาสูบนับเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งการเพาะกล้ายาสูบมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

ก.เลือกที่ดินทำแปลงเพาะ

            1.ควรเลือกดินที่ลักษณะดินร่วนปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์พอสมควรค่าความเป็นกรดด่าง 5.6 - 6.5 มีการระบายน้ำดีเพื่อป้องกันน้ำท่วม
                
                  2.ควรเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่มีร่มเงาไม้ใหญ่บดบังแต่ควรมีกำบังลมเพื่อไม่ให้ต้นกล้าได้รับความสเยหายจากลม
               
            3.บริเวณที่ทำแปลงเพาะกล้าควรอยู่ใกล้กับไร่ปลูก



ข.การทำแปลงเพาะกล้า
               
            1.แปลงเพาะขนาดความมกว้าง 1 เมตร ยาว 11 เมตร สูง 15 เซนติเมตร ระหว่างแปลงเพาะควรมีร่องระบายน้ำ กว้าง 0.5 เมตร แปลงขนาดความกว้าง 1เมตร ยาว 11 เมตร ใช้เมล็ดพันธุ์ 1-2 กรัม ต่อแปลง
               
            2.ไถดิน 2  3 ครั้ง ขุดดินลึกประมาณ 15  20 เซนติเมตร แล้วขึ้นแปลงสามเหลี่ยมตากแดดไว้ 2  3 สัปดาห์
               
            3.ใส่ปุ๋ยรองพื้นสูตร 4  16  24 + 4 Mgo+0.5 Borax จำนวน 2  4 กิโลกรัม/แปลง และสารเคมีคาร์โบฟูราน ป้องกันใบหดในอัตรา 250  300 กรัม/แปลง โดยใส่ก่อนหว่านเมล็ดพันธุ์ไม่เกิน 3 วัน


ค.การหว่านเมล็ดมี 2 วิธี
                
                  1.การหว่านเมล็ดแห้ง ใช้เมล็ดพันธุ์ผสมกับสารเฉื่อย อาทิ ขี้เถ้า ทราย ในอัตราเมล็ดพันธุ์ 1  2 กรัม/สารเฉื่อย 100 กรัม /แปลง หว่านด้วยมือให้สม่ำเสมอกันทั่วแปลง แล้วรดน้ำด้วยบัวรดน้ำทั่วแปลง
               
            2.การหว่านน้ำ เป็นวิธีที่นิยมกันมาก ใช้เมล็ดพันธุ์ผสมกับน้ำในอัตรา เมล็ดพันธุ์ 1-2 กรัม/น้ำ 7 ลิตร ใช้กับบัวรดน้ำชนิดพิเศษที่มีฝักบัวเป็นแท่ง



ง.การให้น้ำ
          
              ในระยะ 7 วันแรกควรรดน้ำวันละ 4 ครั้ง เอให้แปลงชุ่มชื่นตลอดเวลา และเหมาะสมที่จะให้เมล็ดงอก เมื่อลงแปลงปลูกในระยะสัปดาห์ที่ 21 ควรลดน้ำวันละ 3 ครั้ง ถัดไปอีก 3 -4 สัปดาห์ รดน้ำ วันละ 2 ครั้ง


จ.การดูแลรักษาต้นกล้ายาสูบ
               
            1.ดูแลกำจัดโรคแมลงในแปลงเพาะ
               
            2.หากมีฝนตก ให้ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อราทุกครั้ง


ฉ.การชำกล้ายาสูบ
         
            ต้นกล้าที่จะนำไปชำ ควรมีอายุประมาณ 20  25 วัน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของยาสูบ

                                                   
                        ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของยาสูบ

               
                   1. ราก (Root)

                                   หลังยาสูบงอกแล้ว 10-15 วัน จะมีรากแก้วหรือรากชุดแรกยาวมากและมีรากขน

          อ่อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก คล้ายระบบรากฝอยอยู่ในระดับตื้นทำให้ต้านทานต่อการหักล้มได้ดี

          เมื่อขุดย้ายกล้ารากแก้วจะถูกทำลาย และมีรากฝอยทำหน้าที่แทน รากมีคุณสมบัติเฉพาะตัวใน

          การผลิตสารนิโคติน เมื่อผลิตแล้วจะถูกส่งไปที่ใบ ดังนั้น ในการปลูกยาสูบจะต้องขุดดินให้ลึก

          พอสมควร และเอาดินพูนโคนต้นไม้สูงเพื่อให้เกิดรากฝอยมากขึ้นจะทำให้ต้นยาสูบใหญ่

          มีใบมาก และมีนิโคตินสูง

                    2. ลำต้น (Stem)

                                    ยาสูบเป็นพวกไม้เนื้ออ่อน เป็นพืชฤดูเดียว มีความสูง 0.90-2.00 เมตร

          ลำต้นตรง และค่อนข้างใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5-6.0 ซม. ส่วนล่างลำต้นเป็นไม้เนื้อแข็ง

         ลำต้นปกคลุมด้วยขนอ่อน จึงทำให้ลำต้นมีลักษณะเหนียว เป็นพืชต้นเดี่ยวมีใบสูงสุด 25 ใบ

                     3. ใบ (Leaf)

                                   ใบยาสูบมีใบใหญ่กว่าพืชอื่น พื้นที่เฉลี่ยของใบประมาณ 929-1,393 ตาราง

         เซนติเมตร รูปร่างของใบขึ้นอยู่กับพันธุ์ การดูแลสภาพแวดล้อม ใบยาสูบเป็นใบเดี่ยวมีขอบเรียบ

         ความยาวใบมักจะเป็นสองเท่าของความกว้าง ส่วนมากไม่มีก้านใบ บางพันธุ์อาจมีก้านสั้นๆ

         ใบจะเกิดเวียนสลับ บนลำต้น การเวียนของใบจะเวียนแบบทวนเข็มนาฬิกาหรือตามเข็มก็ได้

         ด้านหน้า และหลังใบมีขนอ่อนอยู่ทั่วไปทำให้ใบยาสูบเหนียว ระหว่างมุมใบจะมีตา ขณะที่ยอด

         เจริญเติบโตตาจะพักตัว ถ้าเด็ดยอดออกเมื่อไร ตาจะเจริญเติบโต เรียกว่า"แขนง" ซึ่งจะแย่ง

         อาหารจากใบ ทำให้มีขนาดเล็กลง ดังนั้น ชาวไร่จึงต้องคอยเด็ดแขนงทิ้ง เพื่อให้ใบยาสูบเจริญ

         เติบโตปกติ

                     4. ช่อดอก (Inflorescences)

                                   ยาสูบมีช่อดอกสมบูรณ์เพศเกิดที่ยอดของลำต้น ช่อดอกหนึ่งอาจมีมากถึง

     150 ดอก ดอกแต่ละดอกยาวประมาณ 4-5 ซม. ก้านดอกสั้น กลีบดอกมี 5 กลีบ

                     5. เมล็ด (Seed)

                                      เมล็ดมีขนาดเล็ก มีสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างคล้ายไข่ มีเส้นสายกันเป็นร่างแห

        อยู่บนผิวด้านหนึ่ง ผลยาสูบมีประมาณ 2,000-8,000 เมล็ด

สภาพแวดล้อม

                                                             

                                        สภาพแวดล้อม



            ยาสูบปลูกได้ทั่วโลก แสดงถึงการปรับตัวได้ต่อสภาพดินฟ้าอากาศ  ใบยาที่ผลิต ได้แต่ละแห่งมีความแตกต่างได้มากเท่าๆกัน
                           
         1.ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับดิน ได้แก่ ลักษณะดิน ปริมาณธาตุอาหารในดิน อินทรียวัตถุ

  จุลินทรีย์ และน้ำ

          2.ปัจจัยเกี่ยวกับสภาพอากาศ เช่น ปริมาณและการกระจายของน้ำฝน อุณหภูมิ

   ทั่วไป ระยะเวลา และความเข้มข้นของแสง



                                                                 



                                                               

ชื่อทางวิทยาศาสตร์

                                                   


                              วิทยาศาสตร์พื้นฐานของยาสูบ

             

                ยาสูบมีอยู่มากกว่า 60 species อยู่ใน Family Solanceae ตระกูลเดียวกับพริก ,มะเขือเทศต่างๆ  พิทูเนีย มันฝรั่ง
         
                ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า     Nicotiana tabacum L.     ยาสูบมีสารนิโคตินเป็นตัวกำหนดความเข้มข้นของใบยาสูบ เป็นพืชที่ใช้ใบเป็นผลผลิต

ทางด้านอุตสาหกรรมมากกว่าส่วนอื่นๆของต้น  คุณภาพของใบยาสูบที่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการที่สำคัญคือ สภาพดินฟ้าอากาศ   สภาพท้องที่่  วิธีการปลูก  วิธีการบ่ม
ยาสูบชนิดเดียวกันเมื่อปลูกต่างท้องถิ่นกันจะให้ผลผลิต และคุณภาพไม่เหมือนกัน




                                                                     

หน้าแรก


ไร่ยาสูบหนองคาย